การตรวจสอบความปลอดภัย

การตรวจสอบความปลอดภัย (Safety Inspection)

   ในการทำงานด้านความปลอดภัยนั้น การค้นหาสาเหตุของอันตรายเป็นสิ่งจำเป็น การตรวจสอบด้านความปลอดภัยเป็นวิธีการที่ใช้กันมากที่สุด การตรวจสอบสถานที่ทำงาเป็นมาตรการที่นับว่ามีผลในการป้องกันมากที่สุด ในการตรวจสอบนั้นอาจจะทำแบบเป็นทางการหรือไม่ก็ได้ ควรทำทุกวันเมื่อพบสิ่งบกพร่องต้องรีบทำการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การตรวจสอบอาจจะใช้คนองค์กรเอง หรือคนภายนอกมาตรวจสอบได้ หรืออาจจะมาจากหน่วยงานอิสระที่รับผิดชอบ โดยทั่วไปจะมีกรเตรียมแบบตรวจสอบไว้จดบันทึกด้วย และเมื่อตรวจสอบเสร็จได้ผลประการใดแจ้งผลการตรวจสอบไปยังบุคคล หน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น วิศวกร ผู้จัดการ หัวหน้างาน คณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม เป็นต้น

หัวข้อสำคัญของแบบบันทึก เช่น

- ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความสะอาดของสถานที่

- การสุขาภิบาลทั่วไป

- เครื่องไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า สายไฟฟ้า เต้าเสียบต่างๆ

- เครื่องมือที่ใช้ลมความดันสูง

- ปั้นจั่นยกของหนัก เครนที่ใช้เคลื่อนย้ายสิ่งของ

- อุปกรณ์ยกขนถ่ายวัสดุต่างๆ

- เครื่องดับเพลิง ประตุหนีภัย สัญญาณเตือนภัย ทางหนีไฟ

- สภาพแวดล้อมในการทำงาน ความร้อน แสง เสียง การระบายอากาศ ความชื้น

- เครื่องจักรขนาดใหญ่

- เครื่องมือช่างทั้งหลาย

- ทางเดิน บันได ช่องทางออก

- สัญลักษณ์ด้านความปลอดภัย

- อุปกรณ์ปฐมพยาบาล อุปกรณ์ช่วยชีวิต

- อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล

อัตราการเกิดอุบัติเหตุการบาดเจ็บในงานอุตสาหกรรม

   อุบัติเหตุเป็นเหตุการณ์ที่เกิดโดยไม่คาดคิด ก่อให้เกิดการบาดเจ็บ การตายแต่ละครั้งก็เป็นเครื่องยืนยันว่า อาจจะมีอันตรายบางอย่างที่แฝงอยู่ในสภาพของการทำงานที่ยังไม่ได้ควบคุม ฉะนั้นโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุหรือเกิดการบาดเจ็บยังมีอยู่ตลอดเวลาวิธีการที่ดีคือต้องหาทางแก้ไขมาตรการหนึ่งคือจะต้องประเมินค่าทางสถิติของการเกิดอุบัติเหตุ เมื่อเกิดอุบัติเหตุทุกครั้งจะต้องมีการบันทึกและรายงานให้ฝ่ายความปลอดภัยในโรงงานทราบทันที การบันทึกอุบัติเหตุที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการแสดงถึงความไม่ปลอดภัยในโรงงาเช่นเดียวกัน ฉะนั้นการบันทึกอุบัติเหตุจึงเป็นมาตรการที่จำเป็นในการประเมินผลการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย

การประเมินผลนั้นจำเป็นที่จะต้องตั้งคำถามว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยเพียงใด และความสาหัสหรือความรุนแรงมีเพียงใด จากการทราบตัวเลขจะนำไปประเมินผลออกมาได้โดยทั่วไป หากจะเปรียบเทียบการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละโรงงาน หรือในโรงงานเดียวกันคนละแผนกย่อมเปรียบเทียบกันไม่ได้โดยตรงจากตัวเลขแสดงจำนวนที่เกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากโรงงานที่มีลูกจ้างมากอาจจะมีอุบัติเหตุมากกว่าโรงงานที่มีลูกจ้างน้อย ขึ้นอยู่กับการจัดบันทึกของแต่ละบริษัทว่าจะจดบันทึกสถิติการเกิดอุบัติเหตุ หรือการบาดเจ็บอย่างไร บริษัทหนึ่งอาจจะบันทึกรวมการบาดเจ็บทุกชนิดที่ได้รับการรักษาในห้องปฐมพยาบาล ในขณะที่อีกบริษัทจะจดบันทึกการบาดเจ็บเฉพาะกรณีการบาดเจ็บที่มีความรุนแรง และมีการสูญเสียเวลาการทำงาน ผลการจดบันทึกการบาดเจ็บของทั้งสองบริษัทย่อมมีค่าแตกต่างกันไป

เมื่อต้องการจะเปรียบเทียบกันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาวิธีการมาตรฐาน (Standard Method) ในการเก็บบันทึกหรือรายงานการบาดเจ็บ วิธีการมาตรฐานที่นิยมใช้กันแพร่หลายได้แก่ อัตราการเกิดอุบัติการณ์ อัตราความถี่ของการเกิดการบาดเจ็บ และอัตราความสาหัสหรือความร้ายแรงของการบาดเจ็บ