ลักษณะการเคลื่อนไหวเครื่องจักร

ลักษณะการเคลื่อนไหวของเครื่องจักร

   ในการทำงานของเครื่องจักรที่จะทำให้เกิดชิ้นงานขึ้นมานั้น จะต้องมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของเครื่องจักรนี้เองทำให้เกิดอันตรายต่อคนทำงาน ซึ่งจะมีอันตรายมากน้องแตกต่างกันไปตามลักษณะการเคลื่อนไหวนั้น สำหรับลักษณะการเคลื่อนไหวของเครื่องจักรนั้น เราจะจำแนกได้หลายลักษณะ ดังนี้

1. การเคลื่อนไหวแบบหมุนรอบตัวเอง เคลื่อนกลับไปกลับมา หรือเคลื่อนเป็นเส้นตรง การเคลื่อนไหวของเครื่องจักรในลักษณะดังกล่าวนี้ จะมีอันตรายเกิดขึ้นได้ 3 จุดใหญ่ๆ คือจุดที่เป็นต้นกำลังเครื่องจักร หรืจุดที่มีการถ่ายต่อกำลังกันจากส่วนหนึ่งไปยังอีกส่วนหนึ่ง จุดที่มีการทำงานเกิดขึ้น คือ จุดที่เครื่องจักรสัมผัสกับชิ้นงานจนได้ชิ้นงานสำเร็จ และจุดที่คนต้องใช้งานเครื่อง

ลักษณะอันตรายที่เกิดขึ้นจากการหมุนแบบต่างๆ นั้น การที่เครื่องจักรหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของเครื่องจักรหมุนรอบตัวเองนั้น นับว่ามีอันตรายมากที่สุดคือ ความรุนแรงของอันตรายสูงถึงแม้ว่าจะเกิดไม่บ่อยนักก็ตาม เช่น การหมุนของเพลาที่ช้า อาจจะหมุนติด เอาผม เสื้อผ้า เข้าไปในเครื่องจักรได้ หรืออาจจะดึงมือเท้า เข้าไปในจุดที่เกิดการหนีบของเครื่องจักรได้ ตัวอย่างการหมุนแบบนี้ คือ เพลง ครัทช์ พูลเลห์ ไฟร์วีล เพลาตั้ง เพลานอน ปกติพวกนี้จะมีอันตรายมากอยู่แล้ว แต่ถ้าหากว่าชิ้นส่วนนี้มีหัวน๊อต ที่หยอดน้ำมัน หรือสลักติดอยู่จะเกิดอันตรายมากยิ่งขึ้น ส่วนการหมุนแบบกลับไปกลับมาและเคลื่อนที่เป็นส่วนตรงนั้น ก็นับว่ามีอันตรายเนื่องจากคนไปสัมผัส หรือเอาอวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายไปอยู่ในแนวการเคลื่อนที่ของเครื่องจักรนั้น เช่น ถูกเสียดสี ถูกหนีบ ถูกทิ่มแทง

2. การหมุน หรือการเคลื่อนที่แบบที่ทำให้เกิดจุดหนีบ บีบ อัด เป็นการหมุนรอบตัวเองของส่วนใดส่วนหนึ่งของเครื่องจักร แล้วทำให้เกิดการบีบอัดขึ้นมา ซึ่งนับว่ามีอันตรายมาก ทำให้เกิดการบาดเจ็บบ่อยๆ

3. จุดที่มีการตัด จุดนี้เป็นการที่เครื่องจักรหมุนแบบชนิดที่หนึ่งแล้วทำให้ เกิดชิ้นงานขึ้นมา คือ จุดที่ทำงานของเครื่องจักรนั่นเอง อันตรายที่เกิดขึ้นบ่อย คือ การตัดโดยใช้เลื่อย เครื่องตัดโลหะ เครื่องเจาะ เป็นต้น

4. การเจาะ การเฉือน การโค้งงอ การเคลื่อนที่แบบนี้ จะเกิดจากการที่มีตัวต้นกำลังไปถ่ายทอดกำลัง เกิดการตัดเฉือนทำให้งอขึ้นมา เช่น เครื่องปั๊มโลหะ เครื่องไนโหละ เครื่องกลึง จุดที่มีอันตราย คือ จุดที่มีการทำงาน

ชนิดของการ์ดป้องกันอันตรายจากเครื่องจักร

   ในการป้องกันอันตรายจากการเคลื่อนไหวของเครื่องจักรแบบต่างๆ นั้นต้องสร้างติดตั้งเครื่องป้องกันอันตรายจากเครื่องจักร ป้องกันไม่ให้คนทำงานต้องสัมผัสกับจุดที่มีอันตรายมาก การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันอันตรายต้องศึกษาให้ได้ ถ้าติดตั้งไม่เหมาะสมแล้วแทนที่จะป้องกันได้กลับเป็นจุดอ่อนที่ทำให้เกิดอันตรายมากยิ่งขึ้น การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันอันตรายนั้นจะต้องเลือกให้ถูกกับลักษณะงาน เพราะอุปกรณ์ป้องกันอันตรายมีหลายชนิด ปกติแบ่งการ์ดเป็น 4 ชนิดด้วยกันคือ

1. ชนิดปิดคลุมหมด ชนิดนี้จะสามารถใช้ป้องกันอันตรายได้อย่างทั่วถึงมากที่สุด ปกติการพิจารณาเลือกใช้นั้นเรามักจะพิจารณาชนิดนี้เป็นอันดับแรก เพราะมีประสิทธิภาพ ราคาถูก ใช้ง่าย แบ่งออกเป็นหลายชนิด เช่น

- แบบชนิดติดตายตัว แบบนี้จะป้องกันอันตรายได้ดีที่สุดเพราะว่าปิดส่วนที่จะเป็นอันตรายต่อคนใช้หมด ปิดมิดชิดที่สุด ไม่มีอวัยวะส่วนใดสามารถลอดเข้าไปถึงส่วนอันตรายได้เลย

- แบบชนิดติดแน่น สามารถปรับได้ หรือสามารถถอดได้ (Adjustable Enclosure) ชนิดนี้จะสามารถถอดปรับให้เหมาะสมกับการใช้ได้อยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อถอดปรับแล้วใส่เข้าไปใหม่จะต้องเป็นแบบที่ปิดมิดชิดดังเดิม ชนิดนี้เหมาะกับการติดตรงจุดที่มีอันตรายมาก แต่จำเป็นจะต้องถอดเข้าออกบ่อยๆ หรือต้องการทำการซ่อมแซมบ่อยๆ

2. ชนิดล๊อคในตัว เป็นชนิดใช้งานได้ดีอย่างหนึ่ง ควรที่จะพิจารณาการใช้ลองลงมาจากชนิดแรกคือ พิจารณาใช้หลังจากที่ไม่สามารถใช้แบบแรกได้แล้ว เพราะว่าการใช้งานยุ่งยาก แพง ต้องดูแลการตรวจตราโดยผู้ชำนาญเท่านั้น แบ่งออกเป็นชนิดต่างๆ ดังนี้

- แบบปิดเปิดบังคับโดยเครื่องกลหรือไฟฟ้า การทำงานของอุปกรณ์ชนิดนี้ คือ ถ้าหากว่าตัวอุปกรณ์ป้องกันเปิดอยู่แล้วตัวเครื่องจักรจะไม่สามารถทำงานได้เลย คือ มีกลไกบังคับให้หยุดอยู่ แบบนี้จะต้องตรวจตราดูแลรักษาให้ดี ก่อนการทำงานทุกครั้งจะต้องให้แน่ใจว่าระบบนั้นยังทำงานได้ดี

- แบบหยุดอัตโนมัติเมื่อส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเข้าไปในส่วนที่เป็นอันตราย

- แบบใช้ระบบอัตโนมัติควบคุมโดยระบบอิเลคทรอนิคส์ ซึ่งจะใช้ลำแสงเป็นตัวกระตุ้นทำให้เครื่องจักรหยุดเดิน เมื่อมีอวัยวะส่วนใด ส่วนหนึ่งเข้าไปปิดกั้นลำแสงไว้เพราะลำแสงทำหน้าที่เป็นสวิทซ์ปิดเปิดเครื่อง

3. แบบการทำงานโดยอัตโนมัติ (Automatic Guard) ถ้าแบบแรกและแบบที่สอง ไม่สามารถใช้ได้เราจึงจะใช้แบบนี้ การทำงานของแบบนี้คือจะทำหน้าที่ปัดมือ หรืออวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดที่อาจจะเป็นอันตรายให้ออกมาเสีย หรืออาจจะใช้วิธี ดัน หรือดึงให้ออกมา

4. แบบใช้ปุ่มบังคับ หรือใช้ใส่ หรือรับชิ้นงานออกแบบมาแบบอัตโนมัติ แบบนี้ไม่ได้เป็นตัวอุปกรณ์ป้องกันอันตรายโดยตรงเหมือนกับสามอย่างแรก แต่ออกแบบการใช้มากับเครื่องจักร สามารถใช้ป้องกันอันตรายให้กับคนที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนกัน แบ่งออกเป็นหลายอย่างด้วยกัน คือ

- แบบต้องใช้มือสองข้างกดปุ่ม หรือคันบังคับเครื่องจักรจึงจะสามารถทำงานได้ ทำให้คนไม่มีโอกาสที่จะใช้มือข้างใดข้างหนึ่งเข้าไปในส่วนที่เป็นอันตรายได้เลย

- แบบใส่วัสดุเข้าเครื่องจักรโดยอัตโนมัติ การใส่พวกวัสดุเข้าเครื่องจักรทำให้เกิดชิ้นงานขึ้นมานั้นถ้าหากใช้มือใส่เข้าไปโดยตรงอาจจะเกิดการผิดพลาดเอามือใส่เข้าไปในเครื่องจักรได้ จึงออกแบบที่ใส่วัสดุเข้าไปโดยไม่ต้องใช้คน ใช้เครื่องใส่ แบบนี้จะดีเมื่อระบบการผลิตเป็นแบบที่ต่อเนื่องกันอยู่ตลอดเวลา ถ้าเป็นแบบหยุดๆ เดินๆ จะไม่คุ้ม

- ใช้เครื่องพิเศษหยิบจับ แบบนี้จะใช้อุปกรณ์บางอย่างที่ออกมาใช้เป็นแบบพิเศษ เช่น ใช้คีมยาวๆ จับวัสดุเข้าไปในเครื่องจักร

- แบบรับออกมาโดยอัตโนมัติ แบบนี้จะใช้ลมหรือเครื่องจักรกลที่ออกแบบมาพิเศษเมื่อชิ้นงานเสร็จจากการทำแล้ว ก็ให้ออกมาโดนอัตโนมัติไม่ต้องใช้มือรองรับออกมา

วัสดุที่นิยมนำมาใช้ทำอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากเครื่องจักรกล

   การนำวัสดุต่างๆ มาใช้ทำอุปกรณ์ป้องกันนั้นเราจำเป็นจะต้องเลือกให้ดี เพื่อให้อุปกรณ์ป้องกันที่สร้างขึ้นมาได้มาตรฐานที่สุด ใช้งานได้ดี วัสดุที่นิยมเลือกใช้ คือตะแกรงลวดถักเป็นตาข่าย ตาข่ายเหล็กยืด แผ่นเหล็กเจาะรูหรือไม้เจาะรู แท่งเหล็ก หรือไม้ตีเป็นตาข่ายหรือตีขวาง แผ่นไม้หรือพลาสติกใส่หรือขุ่น ท่อเหล็กทำรั้วกั้น และวัสดุสังเคราะห์ เป็นต้น